รวบแล้ว พนักงานยักยอกเงิน ตู้ ATM ขอนแก่น เชิด 19 ล้าน อ้างลงมือคนเดียว


จากกรณีที่นายวันชัย ศรีกุงทอง อายุ 40 ปี ได้รับมอบอำนาจจาก บริษัทกรุงไทยธุรกิจบริการ จำกัด ให้เข้าแจ้งความดำเนินคดีพนักงานของบริษัทฯ ประกอบด้วยนายธวัชชัย นายสมโภชน์ และนายสุรศักดิ์ ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบและนำจ่ายเงินสดให้กับตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย ที่ติดตั้งอยู่ภายในเขตเทศบาลนครขอนแก่น หลังมีการตรวจสอบพบว่าการยักยอกทรัพย์และลักทรัพย์นายจ้างเป็นเงินสดไปเป็นจำนวนมาก


พ.ต.อ.นพดล กล่าวว่า ผู้ได้รับมอบอำนาจได้เข้าแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังฝ่ายตรวจสอบพบสิ่งผิดปกติในระบบการนำจ่ายเงินและระบบเงินสดของตู้เอทีเอ็ม ทั้ง 17 ตู้ซึ่งติดตั้งอยู่ตามสถานที่ต่างๆ ภายในเขตเทศบาลนครขอนแก่น

โดยเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งเป็นช่วงวันหยุดยาวที่ธนาคารจะต้องทำการเบิกจ่ายและตรวจสอบระบบเงินสดภายในตู้เอทีเอ็ม ทั้งหมด พบว่าระหว่างวันที่ 27-31 ก.ค.มียอดเงินสดได้หายไปจากตู้เอทีเอ็ม อีกทั้งพนักงานทั้ง 3 ซึ่งปฎิบัติหน้าที่ในช่วงเวลาดังกล่าวได้ขาดงานไปอย่างผิดปกติ

ทั้งนี้ในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมาทุกธนาคารมีการสั่งจ่ายเงินสดไปไว้ในตู้เอทีเอ็ม โดยที่ธนาคารกรุงไทย พบว่ามียอดเงินสดนั้นหายไปและเมื่อตรวจพบทั้งตู้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้หายไปรวมกว่า 19,762,200 บาท

ล่าสุด (2 ส.ค.) ความคืบหน้าของคดีนี้ พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ ผู้คับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า นายสมโภชน์ พนักงานขนเงินของบริษัท กรุงไทยธุรกิจบริการ จำกัด ซึ่งทำหน้าที่ขนเงิน ได้ทำการยักยอกเงินจริง สอบสวนเบื้องต้นนายธวัชชัยและนายสุรศักดิ์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการยักยอกเงิน

โดยได้ลงมือก่อเหตุยักยอกเงินเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2558 ที่ผ่านมา จากนั้นได้หลบหนีไปยังประเทศ สปป.ลาว แต่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2558 ที่ผ่านมา และสามารถยึดเงินสดกลับมาได้จำนวน 1.4 ล้านบาทเศษ พร้อมทองรูปพรรณจำนวน 5 เส้น และสายรัดเงินธนบัตรชนิดต่างๆรวมกว่า 40 เส้น

ส่วนเงินที่นายสมโภชน์ยักยอกไปนั้นกำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่บริษัท ซึ่งคาดว่าภายในช่วงเที่ยงวันนี้ (2 ส.ค.) จะทราบจำนวนเงินที่ยักยอกไปจริง และจะนำตัวนายสมโภชน์ ไปชี้จุดในช่วงบ่ายวันนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง ขอนแก่น พนักงานแบงค์ ไม่นำเงินใส่ตู้ ATM เชิด 19 ล้านหนี

ที่มา: Sanook


สาวหลับในพุ่งชนเจ้าคณะตำบลดับสยอง


วันที่ 1 ส.ค. พ.ต.ท.เสถียร อ่อนทอง พงส.ผนก.สภ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีรถยนต์เก๋งชนกันทำให้มีผู้เสียชีวิตริมถนนสายพิษณุโลก- อุตรดิตถ์ ฝั่งขาออกจากตัว อ.วัดโบสถ์ หมู่ 2ต.วัดโบสถ์ ไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร รพ.วัดโบสถ์ ในที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตนอนหงายจมกองเลือดอยู่ริมถนน ทราบชื่อต่อมาคือ พระสมุห์ทวีทรัพย์ จนฺทาโภ อายุ 44 ปี เจ้าคณะตำบลท่างาม รักษาการเจ้าอาวาสวัดเสนาส์น ต.ท่างาม อ.วัดโบสถ์ สภาพศพกะโหลกแตก ห่างออกไปพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ สีดำ ทะเบียน กง-7368 อุตรดิตถ์ จอดอยู่สภาพด้านหน้ารถพังยับเยิน ใกล้กับรถยนต์เก๋งยี่ห้อเปอร์โย สีแดง ทะเบียน กท-7157 พิษณุโลก ที่อยู่ในสภาพท้ายรถพังยับเยินเช่นกัน


ในที่เกิดเหตุ มี น.ส.วธัญญา มูลจันทร์ อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 235/2 หมู่ 5 ต.บ้านด่านนาขาม อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ เป็นคนขับรถยนต์เก๋งมิตซูบิชิ ยืนรออยู่ในที่เกิดเหตุท่าทางตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สอบถามเบื้องต้นทราบว่า ขับรถมาจาก จ.อุทัยธานีเพียงคนเดียว กำลังมุ่งหน้ากลับบ้านที่ จ.อุตรดิตถ์ ขณะถึงจุดเกิดเหตุรู้สึกวูบเหมือนหลับใน รู้สึกตัวอีกทีก็ชนรถยนต์ของพระสมุห์ทรัพย์ทวีไปแล้ว

นางชุรี ดิษฐ์เนตร์ อายุ 44 ปี แม่ค้าที่ตั้งเพิงขายอยู่ริมทางบริเวณจุดเกิดเหตุ ให้การกับตำรวจว่า พระสมุห์ทวีทรัพย์ขับรถยนต์เก๋งมาจอดเลยร้านตนไปนิดหนึ่ง แล้วลงมาหาซื้อจาวตาลแต่ที่ร้านตนไม่มี จึงเดินกลับไปที่รถ ขณะที่พระสมุห์ทวีทรัพย์กำลังเปิดประตูรถอยู่นั้น รถของ น.ส.วธัญญา ที่ขับมาจากตัว อ.วัดโบสถ์ ได้พุ่งเข้าชนท้ายรถยนต์เก๋งทำให้พระสมุห์ทวีทรัพย์กระเด็นไปหัวฟาดกับพื้นถนนเสียชีวิตดังกล่าว ตำรวจจึงให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพผู้เสียชีวิตส่งให้แพทย์ชันสูตรโดยละเอียดอีกครั้งที่ รพ.วัดโบสถ์ และจะได้ทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ที่มา: ข่าวสด


พ่อลูกถ่ายรูปคู่ทุกปีเป็นเวลาเกือบ 30 ปี จนกระทั่งลูกชายกลายเป็นพ่อคน

คุณพ่อรายหนึ่ง ได้เริ่มถ่ายรูปคู่กับลูกชายของตัวเองตั้งแต่ยังเป็นทารก หลังจากนั้นก็ได้ถ่ายรูปอย่างนี้ทุกๆปีเพื่อให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของลูกชายและตัวเองครับ


เป็นเวลาเกือบ 30 ปีจนถึงปัจจุบัน ในตอนนี้คุณพ่อคนดังกล่าวก็ได้กลายเป็นคุณปู่ไปเรียบร้อยแล้วครับ เอาเป็นว่าเราไปดูรูปภาพเหล่านั้นกันได้เลย


ที่มา: Wegointer.com


รวบยกแก๊งสาวหล่อคาฝั่งโขง หิ้วยาบ้ามูลค่า 100 ล้าน ของกลางอื้อ!!


เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 ส.ค. นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ รอง ผวจ.นครพนม พล.ต.ต.ธนพล บริบูรณ์ ผบก.ภ.จว.นครพนม พ.อ.อดุล วชิรเพชรปราณี รอง ผอ.รมน.นครพนม แถลงจับกุม น.ส.อรพิน ทำดี อายุ 23 ปี ชาว อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ น.ส.วาสนา ผาบัง อายุ 34 ปี และ น.ส.พิมพ์ศิริ จันทะโคตร วัย 44 ปี ชาว ต.อาจสามารถ อ.เมือง จ.นครพนม พร้อมยาบ้า 498,000 เม็ด รถกระบะโตโยต้า สีขาว ทะเบียน นข 1775 นครพนม


พล.ต.ต.ธนพล กล่าวว่า สืบทราบว่าจะมีขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดทางรถยนต์ในพื้นที่ อ.เมือง ส่งนายทุนรายใหญ่ จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.ธีทัต อิ่มทั่ว รอง ผบก. พ.ต.อ.ดนัย รัตนประเสริฐ ผกก.สืบสวนฯ เวลา 21.30 น. วันที่ 31 ส.ค. พบหญิงต้องสงสัย 3 ราย ขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวมาจาก บ.ห้อม ต.อาจสามารถ

จึงนำกำลังชุดสืบสวนฯ ตม. ตำรวจน้ำ ตชด.237 สกัดเส้นทางหลบหนี  ก่อนแสดงตัวเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ได้ที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง หน้าวัดพระอินทร์แปลง ถนนสุนทรวิจิตร อ.เมือง ขณะเตรียมลากกระเป๋าขึ้นมาใส่รถคันดังกล่าว

จากการตรวจค้นกระเป๋าลากสีชมพู 1 ใบ และกระเป๋าสีดำ 2 ใบ รวม 3 ใบ พบยาบ้าจำนวนดังกล่าวมูลค่า 100 ล้านบาท มีกระดาษไขสีเหลืองห่อหุ้ม และมีกระดาษฟอยล์สีบรอนซ์ห่อหุ้มอีกชั้นคล้ายแท่งกัญชา จึงคุมตัวมาที่โรงพัก


สอบสวนเบื้องต้น น.ส.อรพิน สาวลักษณะทอมบอยหรือสาวหล่อ สารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากนางไช ชาวลาว ในราคา 20,000 บาท ขับรถกระบะคันดังกล่าว มากับพวกรวม 3 คน เพื่อมารับกระเป๋าเดินทาง 3 ใบ เพื่อลำเลียงส่งนายทุนอีกทอดในจังหวัดชั้นในต่อไป จึงคุมตัวไว้ขยายผลเครือข่ายที่เหลือ ก่อนนำตัวส่ง สภ.เมืองนครพนม ดำเนินคดีต่อไป

พล.ต.ต.ธนพล ระบุว่า ยาเสพติดล๊อตนี้เจ้าหน้าที่สืบสวนขยายผล หลังจาก ร้อย อส.จ.นพ.ที่ 1 และฝ่ายปกครอง ตรวจยึดยาบ้าจำนวน 2 แสนเม็ด บริเวณลานจอดรถ อบต.อาจสามารถ เมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา กระทั่งสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้ง 3 รายดังกล่าว ซึ่งอาจมีส่วนเชื่อมโยงลักลอบนำยาเสพติด ข้ามแม่น้ำโขงจากประเทศเพื่อนบ้านมาแล้วหลายครั้ง

ที่มา: ข่าวสด


แชร์ว่อนคลิประทึก!! พายุหมุนหอบหลังคา ผช.ผญบ.นครพนม ปลิวว่อน-ชาวบ้านตกใจหวีดร้อง


วันที่ 1 ส.ค. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานจาก จ.นครพนม ว่า โลกโซเชียลแชร์ภาพคลิปวิดีโอนาทีระทึกที่มีผู้บันทึกภาพไว้ได้ ขณะมีฝนตกและท้องฟ้ามืดครึ้ม ก่อนที่พายุหมุนจะซัดถล่มบ้านนายไขแสง บรรหาร วัย 52 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ.ดงติ้ว หมู่ 12 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.นครพนม แรงลมที่กระโชกรุนแรง ได้พัดหอบเอาโครงหลังคาปลิวว่อนไปกับสายลม เสียหายทั้งหลัง


หลังเกิดเหตุเจ้าของบ้านและเพื่อนบ้านต่างเอาผ้ายางมาคลุมไว้ชั่วคราว ขณะที่ล่าสุดฝนยังตกกระหน่ำ โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือ เหตุเกิดเมื่อเวลา 13.30 น. 

ขอบคุณคลิป คุณพินิตย์ หมื่นลูกท้าว กำนัน ต.บ้านกลาง



ที่มา: ข่าวสด


บ้าระห่ำ หนุ่มพิเรนทร์วิ่งลอดใต้ท้องขบวนรถไฟ (ชมคลิป ห้ามเลียนแบบเด็ดขาด)


คลิปวิดีโอนี้ถ่ายโดย Cesar Renteria และโพสต์ลงเฟซบุ๊คเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เป็นเหตุการณ์ชายวัยรุ่นโชว์ห้าวสุดระห่ำ กลิ้งตัวเข้าใต้ท้องขบวนรถไฟสินค้าที่กำลังแล่นด้วยความเร็ว ก่อนจะกลิ้งกลับออกมา จากนั้นก็วิ่งมุดลอดใต้ท้องขบวนรถไปไปอีกด้านหนึ่ง โดยเหตุเกิดขึ้นที่เมืองแชนเนล เท็กซัส สหรัฐ


อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวถูกประณามจากผู้เข้าชมเป็นจำนวนมาก เพราะเห็นว่าหากเกิดความผิดพะลาดขึ้นมา อาจทำให้ขบวนรถไฟตกราง มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก


This is what drugs do to u so don't do drugs on dell dale at the tracks crazy white boy
Posted by Cesar Renteria on Monday, July 27, 2015


ที่มา: ข่าวสด


แชร์สนั่น! ผงะกล้อง! ชายช่วยตัวเองบนรถเมล์ รีบโดดหน้าต่างหนี (ชมคลิป)


แชร์สนั่น คลิปชายช่วยตัวเองบนรถเมล์ พอเห็นกล้องรีบโดดหน้าต่างหนี

เฟซบุ๊คว่า Piyatat Jiangsiripun ได้โพสต์คลิปวิดิโอชายโรคจิต กำลังช่วงตัวเองบนรถเมล์ฟรี สาย21 โดยคนถ่ายได้ลุกขึ้นไปถามชายคนดังกล่าวว่าทำอะไร พอเห็นว่าตนถูกถ่ายไว้ จึงรีบลุก เดินหนี ไปยังบริเวณที่นั่งคนขับ ก่อนกระโดดหน้าต่างหนีได้


โดยคุณ Piyatat Jiangsiripun ได้โพสต์คลิปดังกล่าว พร้อมใจความว่า

“โรคจิต เจอย่านฝั่งธน (แอบช่วยตัวเองบนรถเมล์ฟรีสาย 21) เจอกล้องถึงกับกระโดดหน้าต่างรถ
ชายในวิดีโอนี้ได้กระทำอนาจารบนรถเมล์ฟรีสาย 21 ซึ่งกระทำกับผู้หญิงถึง 2 คน คนแรกเป็น นศ. ออกแนวเด็กเรียบร้อยเลยไม่กล้าโวยวาย ได้แต่รีบลุกไปยืนหน้าประตูแล้วก็ลงจากรถไป ส่วนคนที่ 2 คือแฟนของผมเอง ผมทนไม่ได้เลยอยากเห็นหน้าว่าหน้าตาเป็นอย่างไร เพื่อเอาไว้เตือนภัยให้กับสังคมไทยในปัจจุบันนี้ครับ”


โรคจิต เจอย่านฝั่งธน (แอบช่วยตัวเองบนรถเมล์ฟรีสาย 21)เจอกล้องถึงกับกระโดดหน้าต่างรถชายในวิดีโอนี้ได้กระทำอนาจารบนรถเมล์ฟรีส­าย 21 ซึ่งกระทำกับผู้หญิงถึง 2 คน คนแรกเป็น นศ. ออกแนวเด็กเรียบร้อยเลยไม่กล้าโวยวาย ได้แต่รีบลุกไปยืนหน้าประตูแล้วก็ลงจากรถไ­ป ส่วนคนที่ 2 คือแฟนของผมเอง ผมทนไม่ได้เลยอยากเห็นหน้าว่าหน้าตาเป็นอย­่างไร เพื่อเอาไว้เตือนภัยให้กับสังคมไทยในปัจจุ­บันนี้ครับ--------------------------------------เครดิต@Piyatat Jiangsiripunwww.livesport24h.comแทงบอลSBOBETกับตัวแทนตรง ไม่ผ่านเอเย่นต์ สมัครใหม่ฟรี20% ถอนได้24ชม. ดูบอลสดได้ในเว็บ
Posted by คลิปดังเฟสบุ๊ค on Friday, July 31, 2015


ที่มา: เพจคลิปดังเฟสบุ๊ค


ตร.รวบตัว คุณลุงอินดี้ มีดฟันพี่เขยตาย ครึ่งปีเดินเท้าหนีทั่วอีสาน


ตำรวจจับมือมีดฟันพี่เขยตาย หลังเดินเท้าหนีมาครึ่งปี สารภาพเครียดเพราะทะเลาะกันบ่อย ไม่เคยคิดมอบตัว แต่ไปไม่รอด โดยรวบตัวตอนวกกลับมาใกล้บ้านเกิด

(1 ส.ค.) พ.ต.อ.ธนาวัชร ดีบุญมี ผกก.สภ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น พร้อมด้วยชุดจับกุมแถลงข่าวจับกุม นายอุเทน แคว้นเขาเม็ง อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ จ.2/2558 ลงวันที่ 10 มกราคม 2558 ในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา


พ.ต.อ.ธนาวัชร กล่าวว่า สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา นายอุเทน ได้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดทำร้ายฟันศรีษะและแขน นายพุทธา อายุ 65 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่เขย เสียชีวิตที่ทุ่งนาด้านทิศใต้หมู่บ้านแดงน้อย จากนั้น นายอุเทน ได้หลบหนีไปโดยถือเอาอาวุธมีดไปด้วย จึงได้ออกหมายจับและแบ่งกำลังเจ้าหน้าที่สืบสวนหาตัวมาโดยตลอด และได้มีการตั้งรางวัลนำจับจำนวน 10,000 บาท

จนกระทั่งผ่านไปกว่า 6 เดือน เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 20.30 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.หนองเรือ ได้รับแจ้งว่ามีชายลักษณะคล้าย นายอุเทน ซ่อนตัวในกระท่อมนาในเขตเทศบาลหนองแก จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมและควบคุมตัว ค้นพบอาวุธมีดที่ใช่ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย นายพุทธา

นายอุเทน สารภาพว่าที่ลงมือทำร้าย นายพุทธา เนื่องจากเกิดความเครียด มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันในครอบครัวมานาน จนทนไม่ไหวจึงลงมือดักทำร้ายใช้อาวุธมีดฟัน นายพุทธา ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต จากนั้นได้ตัดสินใจวิ่งหนีไปตัวเปล่า ไม่มีเงิน ไม่มีโทรศัพท์ มีเพียงมีดที่ใช้ก่อเหตุติดตัวไปด้วยตลอด แต่ได้หากระดาษหาผ้าพันมีเอาไว้ เดินเข้าป่าอ้อยจนไปถึงจังหวัดชัยภูมิ

จากนั้นก็เดินเท้าไปเรื่อยๆ ค่ำไหนก็นอนนั่น อาศัยแวะพักตามวัด อาศัยข้าววัดกิน ส่วนเสื้อผ้าก็เก็บเอาข้างทาง ที่คนทิ้งไว้แต่ยังเห็นสภาพดีก็เก็บเอามาซักใส่ ส่วนรายได้ก็หาเก็บกระป๋อง เก็บขวดไปขายได้ 5-10 บาท เพราะไม่อยากจะรบกวนขอเงินหรือขอข้าวคนอื่นกิน

นายอุเทนบอกว่าตลอดระยะเวลากว่า 6 เดือนที่หนีไป ไม่เคยคิดจะมอบตัว แต่คิดจะเดินไปเรื่อยๆ พบเห็นป้อมตำรวจก็จะเดินเลี่ยง ไม่เข้าไปในหมู่บ้านไม่ต้องการให้คนถาม ไม่ต้องการสุงสิงกับใคร เดินไปเกือบทุกจังหวัดในภาคอีสาน แต่ที่วกกลับมาที่ อ.หนองเรือ ไม่ได้คิดจะกลับมาหาญาติหรือมอบตัว เพียงแต่จะเดินทางต่อไปอีก ตั้งใจจะไปทางภาคเหนือ หรืออาจจะไปทางใต้ เนื่องจากเดินทั่วภาคอีสานแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีข่าวการจับกุมตัว นายอุเทน ทางญาติได้เดินทางมาพบเพราะเป็นห่วง ที่ผ่านมาทุกคนต้องการให้ นายอุเทน มอบตัว แต่ติดต่อไม่ได้ หลังเกิดเรื่องครอบครัวทั้งสองฝ่าย ต่างมองหน้ากันไม่ติด แทบจะไม่พูดคุยกัน ไม่อยากให้มีเรื่องโกรธแค้นกันต่อไปอีก เพราะทุกคนคือญาติกัน

หลังจากแถลงข่าวจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นายอุเทน ไปทำแผนประกอบรับคำสารภาพ บริเวณทุ่งนาท้ายหมู่บ้านแดงน้อย ท่ามกลางของความสนใจของชาวบ้านและญาติของผู้เสียชีวิต

ที่มา: Sanook


ขอนแก่น พนักงานแบงค์ ไม่นำเงินใส่ตู้ ATM เชิด 19 ล้านหนี

(ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหาข่าว)

พนง.ธนาคารกรุงไทย เชิดเงิน ร่วม 19 ล้านบาทหลบหนี หลังไม่นำใส่ตู้เอทีมเอ็ม ในช่วงวันหยุดยาว

พ.ต.อ.นพดล เพ็ชรสุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น รับแจ้งจากผู้รับมอบอำนาจ จาก บ.กรุงไทย ธุรกิจ บริการ ให้ดำเนินการเร่งจิดตามจับกุม นายธวัชชัย นายสมโภชน์ และ นายสุรศักดิ์ ซึ่งเป็นพนักงานของบริษัทฯและทำหน้าที่ตรวจสอบและนำจ่ายเงินสดให้กับตู้เอทีเอ็ม ต่างภายในเขตเทศบาลนครขอนแก่น หลังตรงจพบว่ามีการยักยอกเงินไปจำนวนมาก


พ.ต.อ.นพดล กล่าวว่า ได้จัดชุดเฉพาะกิจเร่งไล่ล่าติดตามจับกุม พนักงานของธนาคารกรุงไทย กังกล่าวทั้งหมด โดยพบว่ามีระยะเวลาในกรก่อเหตุตั้งแต่วันที่ 27-31 กรกฎาึคมที่ผ่านมา ซึ่งธนาคารจะตัองนำจ่ายเงินสดให้กับตู้เอทีเอ็มทุกแห่งเนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดยาวเทศกาลวันเข้าพรรษาแต่ผู้ต้องหาได้หายตัวไป ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าสามารถยักยอกเงินสดไปได้รวมกว่า 19,762,200 บาท

ที่มา: Sanook


ขอนแก่น พี่ชายโมโหน้องห้ามกินเหล้าเข้าพรรษา คว้าอีโต้ไล่ฟัน-เจอชักคัตเตอร์ปาดคอดับสยอง!!


เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 1 ส.ค. พ.ต.อ.ปราโมทย์ วิชัยวงษ์ หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.ย่อยโคกสี อ.เมืองขอนแก่น รับแจ้งมีเหตุทะเลาะวิวาทใช้อาวุธมีดต่อสู้กันจนเสียชีวิต เหตุเกิดที่บ้าน หมู่ 1 ต.หนองตูม อ.เมือง จ.ขอนแก่น อยู่ใกล้กับที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ รุดไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พ.ต.อ.นพดล เพ็ชรสุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.อ.พงษ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.4 พ.ต.ท.อนุศักดิ์ ศักดาวัชรานนท์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.ท.นรวัฒน์ คำภิโล รอง ผกก.สส.สภ.เมืองขอนแก่น แพทย์เวร รพ.ศรีนครินทร์ ม.ขอนแก่น อาสาสมัครมูลนิธิขอนแก่นสามัคคีอุทิศ

เจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าบ้านเกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว มี นายสยาม ถิ่นหนองตูม อายุ 51 ปี อยู่ ต.หนองตูม อ.เมือง จ.ขอนแก่น มีรอยสักเสือเผ่นอยู่กลางหน้าอก สวมใส่กางเกงขาสั้นสีเทาไม่สวมเสื้อ นอนหงายตายเลือดท่วมตัว มีบาดแผลถูกคัตเตอร์เชือดที่ลำคอไม่น้อยกว่า 10 ครั้ง และพบมีดคัตเตอร์ด้ามสีฟ้าหล่นอยู่ข้างตัวผู้ตาย และมีดอีโต้ 1 เล่ม ก็อยู่ในบริเวณที่พบศพนายสยามด้วย


นอกจากนี้ในบริเวณดังกล่าวได้มี นายวิทรัช ถิ่นหนองตูม อายุ 43 ปี น้องชายผู้ตายอยู่บ้านเดียวกันสวมใส่กางเกงขาสั้นสีเดียวกับผู้ตาย ไม่สวมเสื้อ มีเลือดท่วมตัว ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับบอกว่า ผมเป็นคนใช้มีดคัตเตอร์ปาดคอพี่ชายจนตายคาที่ เพราะแค้นเตือนไม่ให้กินเหล้าเข้าพรรษา แต่พี่ชายไม่เชื่อ แถมตบตีจนต้องใช้มีดฆ่าพี่ชาย


จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า นายสยาม และ นายวิทรัช เป็นพี่น้องกัน ทำงานรับจ้างทั่วไป โดยทั้งสองคนชอบกินเหล้า กระทั่งวันที่ 31 ก.ค. 2558 นายวิทรัชที่เป็นน้องชายได้ขอให้นายสยามที่เป็นพี่ชายเลิกเหล้าเข้าพรรษา 3 เดือน แต่พี่ชายไม่ยอมเลิกเหล้าตามที่น้องชายขอร้อง แถมในวันเกิดเหตุ พี่ชายได้ไปชวนเพื่อน 2–3 คน มากินเหล้าในบ้านตั้งแต่หัวค่ำ น้องชายไปเตือนพี่ชายหลายครั้งให้เลิกกินเหล้า จนครั้งสุดท้ายพี่ชายเกิดโมโหสุดขีดจึงได้คว้ามีดอีโต้ภายในบ้านจะไล่ฟันน้องชายที่มาไล่ให้เลิกกินเหล้าในบ้านของตัวเอง

น้องชายจึงได้ชักมีดคัตเตอร์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง เพื่อต่อสู้กับพี่ชาย เพื่อนในวงเหล้าก็พากันห้ามเอาไว้ โดยพี่ชายอยู่ในอาการเมามากจนนอนหลับไป ส่วนเพื่อนร่วมวงเหล้าไปตามหารถเพื่อจะมารับพี่ชายไป รพ.ขอนแก่น ขณะที่ไม่มีใครอยู่ในบ้านเกิดเหตุน้องชายสุดแค้นที่ถูกพี่ชายด่าว่าหลายอย่าง แม้ไปขอให้หยุดกินเหล้าช่วงเข้าพรรษาก็ตาม


จึงได้ใช้มีดคัตเตอร์ปาดคอพี่ชายจนตายอนาถ และรอมอบตัวอยู่ที่เกิดเหตุ ตำรวจจึงได้ควบคุมตัว นายวิทรัช ถิ่นหนองตูม น้องชายดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาฆ่าพี่ชายของตนเองโดยได้นำนายวิทรัชไปฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่นเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ที่มา: ข่าวสด